Health

  • วิธีเพิ่มน้ำหนัก และบอกลารูปร่างผอมเกินไป กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
    วิธีเพิ่มน้ำหนัก และบอกลารูปร่างผอมเกินไป กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

    เมื่อพูดถึงปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว แน่นอนว่ากระแสสังคมให้ความสนใจไปยังกลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำหนักมากกว่า ทั้งที่จริงแล้วการมีน้ำหนักมากหรือต่ำกว่าเกณฑ์ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพไม่ต่างกัน

    ความจริงแล้วมีคนไทยอีกจำนวนมากที่มีปัญหาน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ กล่าวคือ เป็นผู้ที่มีลักษณะรูปร่างซูบผอม และต้องการหาวิธีเพิ่มน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อให้มีรูปร่างที่ดูดี สวยงาม และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่มาจากความผอมกว่าปกติ

    วิธีเพิ่มน้ำหนัก และบอกลารูปร่างผอมเกินไป กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

    ทำไมการเพิ่มน้ำหนักจึงสำคัญ?

    น้ำหนักตัวที่มากไปหรือน้อยไปก็ส่งผลเสียให้กับร่างกายได้ไม่แพ้กัน โดยการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการมีสุขภาพที่ดี

    ผู้ที่มีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์จัดอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) ซึ่งภาวะนี้เกิดจากการได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสารอาหารเหล่านั้นได้ จึงเป็นผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ ทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างมาก สูญเสียไขมัน มวลกล้ามเนื้อ มีอาการอ่อนเพลีย สมองเบลอ เบื่ออาหาร ขับถ่ายยาก หัวใจเต้นผิดปกติ หรือเกิดโรคแทรกซ้อนเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ

    ในบางรายที่มีน้ำหนักตัวลดลงอย่างเฉียบพลัน อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตลงได้ หากพบว่าน้ำหนักตัวลดลง ก็ควรหาวิธีเพิ่มน้ำหนักที่ไม่ทำลายสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

    ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บางคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

    หากพบว่าน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือน้ำหนักลดลงเกิน 5% ของน้ำหนักตัวภายใน 1 เดือน ทั้งที่กินปกติ หรือมากกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบ เนื่องจากร่างกายกำลังเผชิญกับความผิดปกติ ดังนี้

    ความเครียดและวิตกกังวล เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำหนักลดลง เมื่อเกิดความเครียดฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเพิ่มสูงขึ้น กระตุ้นให้ร่างกายทำงานหนักและใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ร่างกายซูบผอม หรือโทรมลง

    การรับประทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากการขาดความรู้เกี่ยวกับหลักโภชนาการ และได้รับข้อมูลที่เกิดเป็นความเชื่อแบบผิดๆ เกี่ยวกับคุณค่าทางสารอาหาร ทำให้เลือกทานแต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และส่งผลให้น้ำหนักลดลงทั้งที่ทานอาหารในปริมาณปกติ

    เกิดจากยาบางตัวหรือสารเสพติด การรับประทานยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาจิตเวช หรือใช้สารเสพติดบางชนิด เช่น ยาบ้า โคเคน รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้น้ำหนักลดลงได้ แม้ว่าจะทานอาหารไปมากเท่าไหร่ก็ตาม

    เกิดจากโรคประจำตัว เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักลดและหาทางแก้ได้ยาก เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อ HIV

    ปัจจัยทางพันธุกรรม เกิดจากการถ่ายทอดยีนทางพันธุกรรม ที่ส่งผลให้มีรูปร่างผอมหรือน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์

    มีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูง เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ทานอาหารเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่เพิ่มขึ้น หรือหากทานน้อยร่วมด้วยน้ำหนักก็จะยิ่งลดลง

    เอนไซม์ในระบบทางเดินอาหารผิดปกติ ทำให้อาหารที่ทานเข้าไปไม่ถูกย่อยหรือส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ

    ข้อควรระวังในการเพิ่มน้ำหนัก

    ผู้ที่กำลังเพิ่มน้ำหนักควรประเมินความเปลี่ยนแปลงของร่างกายสม่ำเสมอ ว่าน้ำหนักเพิ่มหรือลดเท่าไหร่ หากลดเกิน 5% ของน้ำหนักตัวควรรีบพบแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อขอรับคำปรึกษา

    การเพิ่มน้ำหนักแบบสุขภาพดีควรเพิ่มไม่เกิน 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์

    การเพิ่มน้ำหนักโดยการทานอาหารที่เป็นไขมันหรือน้ำตาลสูง น้ำหนักอาจจะเพิ่มได้เร็วแต่สามารถทำให้เกิดโรคและความผิดปกติของร่างกายได้ เช่น โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง

    หากมีอาการแม้จะพยายามเพิ่มน้ำหนัก ให้ไปพบแพทย์เพราะอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพจิตหรือปัญหาด้านการกินอาหารได้ เช่น พฤติกรรมเปลี่ยนไป น้ำหนักลดลงเร็ว เหนื่อยง่าย ปฏิเสธการกินอาหาร

    เนื้อหาจาก: https://www.doctorraksa.com/th-TH/blog/how-to-gain-weight-healthily.html

     

    ติดตามอ่านต่อได้ที่  millebaisers.com

     

Economy

  • เก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนมพุ่งเมื่อเทียบปี 64
    เก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนมพุ่งเมื่อเทียบปี 64

    เก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนมพุ่งเมื่อเทียบปี 64

    นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 65 กรมจัดเก็บรายได้กว่า 100,000 ล้านบาท สินค้านำเข้าที่จัดเก็บภาษีสูงสุด ได้แก่ รถยนต์นั่ง จัดเก็บได้ 12,871 ล้านบาท ลดลง 12.4% จากปีงบ 64

    ตามด้วยส่วนประกอบยานยนต์ 7,606 ล้านบาท เพิ่ม 15.5% ยารักษาโรค 4,732 ล้านบาท เพิ่ม 9.30% กระเป๋าแบรนด์เนม 3,427 ล้านบาท เพิ่ม 61.8% เครื่องสำอาง 2,699 ล้านบาท เพิ่ม 19.3%

    ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th  สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ :

    ขณะที่สินค้านำเข้าที่มีอัตราจัดเก็บขยายตัวสูงสุดเมื่อเทียบปี 64 ได้แก่ กระเป๋าแบรนด์เนม เพิ่ม 61.8% หรือเพิ่ม 1,309 ล้านบาท ส่วนประกอบยานยนต์ เพิ่ม 15.5% หรือ เพิ่ม 1,021 ล้านบาท เครื่องสำอาง เพิ่ม 19.3% หรือ 437 ล้านบาท ยารักษาโรค เพิ่ม 9.3% หรือ 403 ล้านบาท อุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติของรถยนต์ เพิ่ม 52.7% หรือ 364 ล้านบาท

    “สาเหตุที่จัดเก็บภาษีกระเป๋าแบรนด์เนมได้เพิ่มขึ้นมาก เพราะยังมีกลุ่มคนไทยที่มีเงิน สามารถซื้อกระเป๋าในราคาที่สูงได้ เห็นได้จากร้านค้ากระเป๋าแบรนด์เนม มีประชาชนจำนวนมากยืนต่อแถวเพื่อรอซื้อ ส่วนการลักลอบหรือเลี่ยงภาษี ด้วยการนำเข้าผ่านสนามบินสุวรรณภูมินั้น ยังตรวจไม่พบ เพราะการเดินทางไปต่างประเทศยังมีข้อจำกัด แต่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดผ่านเครื่องเอกซเรย์เพื่อตรวจจับการลับลอบการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย และสินค้าที่หลีกเลี่ยงการเสียภาษี ทำให้การเลี่ยงภาษีสินค้าแบรนด์ลดลง”.

    ขอบคุณแหล่งที่มา : thairath.co.th

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : millebaisers.com