ADB หั่นจีดีพีไทยปีนี้ 2.9% เงินเฟ้อเร่งตัว 6.3% ราคาสินค้า-พลังงานสูง

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) หรือเอดีบี ได้ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยลงเล็กน้อยจาก 3% เป็น 2.9% ในปี 2565 และจาก 4.5% เป็น 4.2% ในปี 2566 ถึงแม้จะมีสัญญาณไปในทางบวก เนื่องจากราคาพลังงานและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น และเศรษฐกิจโลกชะลอตัวเหล่านี้ คาดว่าจะส่งผลต่อความต้องการส่งออกที่ลดลง ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่ลดลง นอกจากนั้น คาดว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นจาก 3.3% เป็น 6.3% ในปี 2565 และจาก 2.2% เป็น 2.7% ในปี 2566 เนื่องจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในวงกว้าง

นอกจากนี้ เอดีบีได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกอยู่ที่ 4.6% ในปีนี้ จากที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่ 5.2% เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนชะลอลง การเงินตึงตัวในระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว และภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเป็นผลจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

นายอัลเบิร์ต พาร์ค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอดีบี กล่าวว่า รายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียประจำปี 2565 ฉบับเพิ่มเติม (Asian Development Outlook 2022 Supplement) โดยประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 โดยหลายประเทศกำลังผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางต่างๆ ซึ่งจะช่วยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่การเติบโตของเศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชะลอตัวลง เนื่องจากการหยุดชะงักของกิจกรรมต่างๆ จากการล็อกดาวน์เพื่อป้องกัน COVID-19 ระลอกใหม่ รวมถึงอุปสงค์ทั่วโลกที่อ่อนแอลงด้วย

“ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดใหญ่ลดลงทั่วทั้งเอเชีย แต่เรายังห่างไกลจากการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน นอกเหนือจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ผลกระทบจากสงครามในยูเครนยังได้เพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นตัวยับยั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ สิ่งที่สำคัญ คือ เราต้องจัดการกับความไม่แน่นอนทั่วโลกเหล่านี้ที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของภูมิภาค”ADB หั่นจีดีพีไทยปีนี้ 2.9% เงินเฟ้อเร่งตัว 6.3% ราคา

เอดีบีคาดว่าเเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวอยู่ที่ 4.0% ในปีนี้

จากที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 5.0% และยังได้ปรับลดแนวโน้มการเติบโตของอินเดียลงมาอยู่ที่ 7.2% จาก 7.5% ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดและภาวะเงินตึงตัว ส่วนอัตราเงินเฟ้อในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 4.2% ในปีนี้ เทียบกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 3.7% อย่างไรก็ตาม แรงกดดันเงินเฟ้อในภูมิภาคโดยรวมยังคงต่ำกว่าที่อื่นในโลก

สำหรับปี 2566 นั้นเอดีบีได้ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคลงอยู่ที่ 5.2% จาก 5.3% ในขณะที่ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นเป็น 3.5% จาก 3.1% เอดีบีได้ปรับแนวโน้มการเติบโตของบางอนุภูมิภาคให้สูงขึ้น โดยปรับเพิ่มการเติบโตเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็น 5.0% จาก 4.9% ในปีนี้ ท่ามกลางอุปสงค์

ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายข้อจำกัดจากการแพร่ระบาด COVID-19 สำหรับคอเคซัสและเอเชียกลางนั้น เอดีบีได้ปรับเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจขึ้นเป็น 3.8% จาก 3.6% เนื่องจากเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคบางส่วนสามารถต้านทานผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซียได้ดีกว่าที่คาดไว้ ในขณะที่ภูมิภาคแปซิฟิกนั้น การท่องเที่ยวได้กลับมาฟื้นตัวขึ้นในฟิจิ ซึ่งช่วยให้แนวโน้มการเติบโตของอนุภูมิภาคปรับตัวดีขึ้นจาก 3.9% เป็น 4.7%

ขอบคุณแหล่งที่มา : businesstoday.co

สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : millebaisers.com